รีวิว Venom: The Last Dance (2024)
รีวิว Venom: The Last Dance (2024)
อ่านแล้ว 54 ครั้ง
ภาพรวม & ความเป็นที่สุดท้าย
Venom: The Last Dance เป็นภาคสุดท้ายของไตรภาค Venom กำกับ–เขียนบทโดย Kelly Marcel, และนำแสดงโดย Tom Hardy รับบท Eddie Brock/Venom ร่วมด้วย Chiwetel Ejiofor, Juno Temple, Rhys Ifans, Stephen Graham และ Andy Serkis ในบท Knull ซีรีส์ Superhero ของ Sony ที่ดำเนินเรื่องตั้งแต่ Venom (2018) และ Let There Be Carnage (2021) มาสู่บทสรุปสุดสะเทือนใจในธีม “shared sacrifice” ระหว่างมนุษย์และสิ่งมีชีวิตจากต่างดาว
บทเรื่องหลัก & ธีมที่โดดเด่น
เปิดเรื่องเมื่อ Eddie และ Venom ยังอยู่ในกาแล็กซี MCU ด้วยฉากเบื้องต้นในบาร์ของโลกอื่น ก่อนถูกย้อนกลับสู่โลกของพวกเขาอีกครั้ง
เรื่องดำเนินเมื่อ Eddie ถูกกล่าวหาว่าฆ่า Patrick Mulligan จึงต้องหนีไปเม็กซิโกและกลับมายังนิวยอร์กเพื่อเคลียร์ชื่อ
พล็อตเต็มไปด้วยสงครามต่างดาว เมื่อ Xenophage ผลผลิตจาก Knull ตามล่าหา Codex ในตัว Venom/Eddie ซึ่งเป็นเงื่อนงำแมคก้าใหญ่ในจักรวาล Sony
จบลงแบบ “teary but explosive” เมื่อ Venom เสียสละ จากนั้น Eddie ได้เริ่มชีวิตใหม่พร้อมการปูทางสู่โลกของ Knull อีกครั้ง
การแสดง & เคมีตัวละครหลัก
Tom Hardy ยังคงเล่น Eddie และ Venom ได้อย่าง “chaotic fun” โดยเฉพาะซีนที่ทั้งคู่ทะเลาะกันหรือมีมุกรั่วๆ ระหว่าง Donuts
Chiwetel Ejiofor (General Strickland) และ Juno Temple (Dr. Teddy) เติมบทดราม่าเชิงการทดลองสมจริง แต่มักถูกวิจารณ์ว่าบทสนับสนุนลอยและไม่ถูกใช้ให้เต็มศักยภาพ
Rhys Ifans โผล่มาแบบ quirky แต่หลายคนโบกมือลาเพราะไม่ได้เชื่อมโยงกับเนื้อหาอย่างมีเหตุผล
การปรากฏตัวของ Andy Serkis ในบท Knull สร้างความตื่นเต้นว่าโลก Venom จะยิ่งเข้มข้นขึ้นในอนาคต
งานภาพ – เอฟเฟกต์ – แอ็คชั่น
งาน CGI ยังคงถือเป็นจุดอ่อน: Xenophage และฉากต่อสู้ ถูกวิจารณ์ว่าดูเหมือน cutscene ของเกมยุคกลาง ไม่ใช่หนังฟอร์มยักษ์
อย่างไรก็ตาม ฉากโคลสอัปต่อตัว Eddie/Venom ถือว่าฉายภาพได้ดิบและสะใจแฟน ๆ
แอ็คชั่นแต่ละช่วง (สนามบิน, Area 51, คาสิโน) จัดเต็ม แม้จังหวะอาจถูกวิจารณ์ว่า “messy” และบ้างครั้งเหมือนคละฉากซ้อนกันจนยากเข้าใจ
ดนตรีประกอบโดย Dan Deacon มีจังหวะเน้น mood ‘90s และ adrenaline ร่วมสมัย มาพร้อมเสียงประสานของผู้ชม
รีวิว & การตอบรับโดยรวม
Rotten Tomatoes ให้คะแนนนักวิจารณ์ 60% กับผู้ชมระดับ “thrilling send-off” แต่หลายเสียงเตือนว่าบทสลับโทนเยอะเกิน
RogerEbert.com ให้ 1.5/4 กล่าวว่ามีฉากสนุก แต่โดยรวมไม่ต่อยอด
Daily Telegraph/The Times ให้ 1/5 โดยระบุว่า “ดราม่าเสียของ” และ Tom Hardy เล่นต่ำกว่ามาตรฐานเดิม ๆ
Slant Magazine ยกให้แอ็คชั่นภาพรวม และฉากสุดท้ายมีจังหวะระทึกพอได้อยู่
3 Brothers Film เน้นว่าความสนุกอยู่ที่คู่หูกวน ๆ และฉากสุดท้ายพุ่งสู่ความบันเทิงแบบ pure popcorn flick
Reddit r/thevenomsiteเห็นว่า “epic, ridiculous, emotional ending, great soundtrack” แต่ย้ำว่าควร “turn down your brain”
Geeks + Gamers: คะแนน 5.8/10 – ยกผลงานขึ้นจากภาคก่อนแม้ยังมีบทตลกแย่, CG บกพร่อง, และตัวร้ายไม่ชัดเจน
The Guardian และ AP News วิจารณ์ว่าซีนอารมณ์ลึก–ตบกันสุดมันส์ แต่อย่างอื่นยุ่งเหยิง และจบอย่าง “shrug” ไม่สะกดใจ
จุดเด่น
- ในที่สุด Eddie/Venom กอดกันด้วยซีน emotional climax
- Tom Hardy ยังสร้างเคมีคู่หูแตกต่างได้
- ฉากแอ็คชั่นสุดมันส์และจังหวะปาระเบิดตู้ม
- จบด้วย sacrifice-scene และ scene tease Knull ให้อนาคตมีหวัง
จุดด้อย
- CGI บางฉากดูเหมือนเกม mid-2010s
- บท storyline ซับซ้อน, ไม่คงโทน drama/comedy
- ตัวร้าย Knull ถูกโยนเข้า-ออก จน story หลวม
- ลายคนรู้สึกว่ายังไม่ครบ ไม่สะเด็ดน้ำ
คะแนนจาก Filmzaa 7.1 / 10
เหมาะกับ
แฟนพันธุ์แท้ Venom ที่รอฉากยักษ์ตบท้ายที่ “สารภาพในใจ” ให้กับคู่หู
คนที่ชอบหนังแอ็คชั่นไซไฟพันธุ์พิลึก ตั้งใจดูตอนจบ
ผู้ชมที่พร้อม “ปิดสมอง” และสนุกกับประเด็นตัวร้าย– CGI ไม่อิงเยอะ
ไม่เหมาะกับ
ผู้ที่คาดหวังโครงเรื่องเข้มข้น ความสมเป๊ะ หรือ CGI ระดับอลัง
นักวิจารณ์หรือผู้ชมที่ต้องการ coherence ใน tone แล้วบทลึก
VIDEO