รีวิว I Am Mortal (2021) – ดราม่าไซไฟโลกอนาคตที่ตั้งคำถามชีวิตอมตะ
รีวิว I Am Mortal (2021) – ดราม่าไซไฟโลกอนาคตที่ตั้งคำถามชีวิตอมตะ
อ่านแล้ว 25 ครั้ง
รีวิว I Am Mortal (2021) – ดราม่าไซไฟโลกอนาคตที่ตั้งคำถามชีวิตอมตะ
พล็อตภาพรวม
ตั้งอยู่ในปี 2235 เมื่อนักพันธุกรรมสร้างวัคซีนยืดอายุให้มนุษย์กลายเป็นอมตะ กลุ่มกบฏกลุ่มหนึ่งต่อต้านระบบนี้ด้วยความตั้งใจจะ “มีสิทธิ์ตาย” เรื่องราวเดินทางผ่านตัวละครหลัก Logos และกลุ่มกบฏที่ถกเถียงกันถึงความหมายของชีวิตและความตาย
จุดเด่น
- ประเด็นลึกซึ้งทางปรัชญาและศาสนา – ผู้กำกับ Tony Aloupis นำเสนอมุมมองทางจิตวิญญาณอย่างละเอียดว่าชีวิตอมตะอาจพรากจุดหมายและความเชื่อ
- พล็อตดัดแปลงจากนิยายไซไฟดึงให้คิด – แม้เส้นเรื่องเรียบง่าย งานเล่าและข้อคิดด้านมนุษยธรรมถือว่าทำได้ดีในระดับหนึ่ง
- ความยาวเหมาะดูง่าย (~80 นาที) – ไม่ยืดเยื้อ เหมาะกับผู้ชมที่อยากเสพเรื่องแปลกใหม่แต่ไม่หนักเกินไป
สิ่งที่ควรปรับ
- จุดพล็อตขาดความเข้มข้น – หนังเน้นบทสนทนาเชิงปรัชญามากเกินไป บางครั้งดูเนิบและขาดวิชวลกระแทกใจ
- ท่าที “สอนธรรมะ” มากเกิน – ตัวละครมักอ้างอิงแนวคิดศาสนาอย่างตรงไปตรงมา จนบางคนอาจรู้สึกว่าเนื้อเรื่องเอนเอียงไปทางตรงมากเกินไป
นักแสดง & การแสดง
- Sean Gunn รับบท The Pilot ซึ่งเป็นผู้นำทีมนักวิทยาศาสตร์หัวรุนแรง
- Abraham Lewis, Lauren Donzis, Eloise Smyth รับบทกบฏที่พยายามหาคำตอบของชีวิตและตาย
การแสดงใช้อารมณ์หนักไปทางบทบาท ความคิด และบทสนทนา แต่ยังช่วยให้หนังส่งสารได้ตรงจุด
คะแนน & สรุปความคุ้มค่า 6.8/10
สรุป
I Am Mortal เป็นหนังไซไฟพานิชโลกอนาคตที่พรั่งพรูด้วยแนวคิดชีวิตอมตะ แต่ยังขาดความตึงเครียด บางตอนอาจยืดยาดสำหรับคนทั่วไป แต่ละด่านสนทนามีคุณค่า ชวนคิดถึงความหมายของการมีชีวิต หากคุณอินกับหนังไซไฟเชิงปรัชญา และพร้อมเปิดใจรับแนวคิดใหม่ ๆ เรื่องนี้คุ้มค่ากับเวลา แม้ไม่ใช่หนังระดับบล็อกบัสเตอร์ แต่ให้แนวคิดที่น่าสนใจจนอ่านจบ
|